รีเเพร์ เป็นอย่างไรเเล้วเหมาะกับปัญหาของผู้หญิงเเบบไหน

รีเเพร์ (Repair)คือ การซ่อมเเซมส่วนหรือเป็นการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยาน ช่วยให้ภายในช่องคลอดกระชับเป็นการผ่าตัดตลอดแนวความลึกของช่องคลอด รวมถึงการผ่าตัดตกแต่งเนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดให้ช่องคลอดฟิต กระชับ เนื่องจากปัญหาช่องคลอดหลวม เป็นสาเหตุของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ไม่กล้าเปิดเผยจนบั่นทอนทั้งสุขภาพกายเเละสุขภาพจิต

ปัญหาของผู้หญิงเเบบไหนบ้างที่ควรทำรีเเพร์ มีดังนี้

  • มีปัญหาช่องคลอดหลวมหรือมีเสียงลมขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม
  • มีก้อนตุงมาจากช่องคลอด
  • มีปัญหาเรื่องบนเตียง

หมายเหตุ ผู้หญิงที่ไม่สามารถทำรีแพร์ได้คือ ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน

รีเเพร์

การทำรีเเพร์นั้นมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง

ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่ผ่านช่วงการเเต่งงานมาหรือผ่านการคลอดบุตรมาเเล้วจะอยู่ในช่วงอายุ 30-50 ปี มักจะทำ รีเเพร์ เพื่อตกเเต่งช่องคลอดเสริมความสวยงามเเละความมั่นใจ ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้น ปากช่องคลอดเล็กลง กล้ามเนื้อช่องคลอดตึงตัวขึ้น ลดอาการแห้งของช่องคลอดเเละในผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือวัยทองจะเป็นการผ่าตัดรักษาอุ้งเชิงกราน เราไปดูกันว่ารีเเพร์นั้นมีวิธีการใดบ้าง

  1. การผ่าตัดรักษาแบบดั้งเดิมโดยการเย็บติดระหว่างผนังช่องคลอดกับกระเพาะปัสสาวะ ช่วยทำให้เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อในบริเวณนั้นมีความกระชับตึงมากขึ้น แต่เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้การรักษาเเบบใหม่คือ การนำแผ่นพยุงตาข่ายพิเศษแปะหรือฝังในผนังช่องคลอดสามารถแก้ไขปัญหาช่องคลอดหย่อนยานได้ถึง 95% เลยทีเดียว
  2. การใช้เลเซอร์ นวัตกรรมใหม่มาใช้ในการกระชับช่องคลอด ทั้งนำมาใช้แทนการผ่าตัดทั่วไปและการใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดโดยไม่ผ่าตัด
  • การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ เพื่อให้ช่องคลอดมีขนาดเล็กลง ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ช่วยลดการสูญเสียเลือดและลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อลงเจ็บน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า
  • การใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดโดยไม่ผ่าตัด เป็นการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด นิยมนำมาใช้ในการเลเซอร์กระชับช่องคลอด ทั้งนี้ผลการรักษาขึ้นกับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

รีเเพร์

 

ฉะนั้นก่อนการทำรีเเพร์ สาวๆควรศึกษาข้อมูลให้ดีเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยเเละสิ่งสำคัญอย่าลืมดูแลสุขอนามัยของช่องคลอดควบคู่กับการบริหารร่างกายเพื่อความฟิตกระชับด้วยนะคะ

 

ขอบคุณภาพจาก www.google.com